คู่มือ

วิธีการลงโฆษณาในพื้นที่ให้ได้ผลลัพธ์ดี

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

เริ่มต้นใช้งาน

การลงโฆษณาในพื้นที่คืออะไร

การลงโฆษณาในพื้นที่คือการนำเสนอแบรนด์ในที่ที่มีความสำคัญที่สุด ซึ่งก็คือย่านที่ร้านค้าของคุณตั้งอยู่ แทนที่จะพยายามแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ ในทุกที่ ให้คุณเน้นเฉพาะกลุ่มคนที่มีแนวโน้มจะแวะเข้ามาที่ร้านค้าของคุณ เรียกใช้บริการของคุณ หรือสั่งสินค้าในพื้นที่ที่คุณจัดส่ง โฆษณาในพื้นที่จะช่วยให้คุณสานสัมพันธ์กับลูกค้าในบริเวณใกล้เคียงโดยอาศัยเครื่องมือดิจิทัล ช่องทางของชุมชน และแม้แต่สื่อแบบเดิม เป้าหมายนั้นง่ายๆ คุณเพียงแค่ต้องช่วยให้ผู้คนค้นพบแบรนด์ของคุณในจังหวะเวลาที่พวกเขาต้องการใช้สินค้าหรือบริการของคุณ


ยกตัวอย่างเช่น คาเฟ่ในย่านนั้นๆ อาจจะลงโฆษณาแบบวิดีโอสั้นๆ ที่เน้นนำเสนอเครื่องดื่มประจำฤดูกาล โดยแสดงคอนเทนต์ให้ผู้บริโภคในพื้นที่เห็น หรือยิมที่เป็นกิจการของครอบครัวอาจจะใช้การกำหนดเป้าหมายตามที่ตั้งเพื่อเข้าถึงผู้ที่ย้ายมาอยู่ใหม่ในย่านนั้น โดยใช้ข้อเสนอทดลองใช้ฟรี ส่วนผู้ให้บริการในพื้นที่อย่างช่างประปาหรือธุรกิจซ่อมบ้านก็อาจจะโปรโมทโฆษณาในช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนมีแนวโน้มจะต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนที่สุด แม้แต่ร้านค้าหลักในชุมชนอย่างร้านหนังสือหรือร้านเสือผ้าก็สามารถใช้การโฆษณาตามอีเวนต์เพื่อเชิญให้ผู้คนมาเข้าร่วมเวิร์กช็อปที่ร้านค้า งานลดราคา หรือการเปิดตัวสินค้าได้


แนวทางในการโฆษณาในพื้นเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จัก เข้าถึงได้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนในชุมชน ไม่ว่าคุณจะโฆษณาโดยใช้ช่องทางใดก็ตาม

Get started today

เหตุผลที่การโฆษณาในพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อผู้คนค้นหาสินค้าหรือบริการในบริเวณใกล้เคียง นั่นแปลว่าพวกเขาต้องการใช้ในตอนนั้นเลย ความต้องการใช้งานในทันทีสร้างโอกาสใหญ่ให้ธุรกิจขนาดเล็กนำเสนอสินค้าหรือบริการในจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นผลลัพธ์ด้านจำนวนลูกค้าที่เข้ามาที่หน้าร้าน การสนทนา หรือการขายตรง


นอกจากนี้ โฆษณาในพื้นที่ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้คนในชุมชน ผู้คนมักเชื่อใจธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับชุมชนของพวกเขา และนำเสนอธุรกิจโดยใช้วิธีสื่อสารในชุมชนได้อย่างตรงใจ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณเข้าใจว่าพวกเขาต้องการอะไร


และการที่ผู้คนหันไปใช้มือถือก็ทำให้โฆษณาประเภทนี้มีความสำคัญมากขึ้นไปอีก ตอนนี้เมื่อผู้คนต้องการหาอะไรสักอย่าง พวกเขาก็จะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนเป็นอย่างแรก ไม่ว่าจะต้องการหาอาหารมื้อดึก หาของขวัญในนาทีสุดท้าย หรือหาบริการใกล้บ้านก็ตาม การค้นหาสินค้าหรือบริการในพื้นที่นั้นเกิดขึ้นในทันที โดยมักจะเกิดขึ้นเมื่อผู้คนพร้อมที่จะดำเนินการ หากผู้คนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงไม่เห็นธุรกิจในขณะที่กำลังเลื่อนดูหรือค้นหาสินค้า คุณก็อาจพลาดโอกาสที่จะได้ลูกค้าที่พร้อมตัดสินใจซื้อ


นอกจากนี้ การแข่งขันในย่านใกล้เคียงกับร้านค้ามักจะดุเดือดน้อยกว่า ซึ่งทำให้คุณมีโอกาสที่จะโฆษณาให้ธุรกิจของตัวเองดูโดดเด่นโดยไม่ต้องใช้งบประมาณเท่ากับบริษัทที่มีขนาดใหญ่กว่า เมื่อคุณนำเสนอธุรกิจด้วยโฆษณาที่ดูเรียบง่าย ชัดเจน และตรงใจผู้ชม แบรนด์ของคุณก็สามารถกลายเป็นแบรนด์แรกที่ผู้คนในชุมชนจะเลือกได้


การสร้างกลยุทธ์การโฆษณาในพื้นที่


แผนโฆษณาในพื้นที่ที่ได้ผลลัพธ์ดีเริ่มต้นด้วยการกำหนดสิ่งต่างๆ ให้ชัดเจน ให้คุณลองถามตัวเองในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้


ขอบเขตของคุณอยู่ตรงไหน

บริเวณที่คุณให้บริการจะช่วยให้คุณวางรากฐานให้กับกลยุทธ์ที่คุณจะใช้ได้ คุณกำหนดเป้าหมายลูกค้าโดยอิงจากรัศมีเป็นกิโลเมตร เมืองทั้งเมือง หรือว่าเมืองใกล้เคียงหลายๆ เมือง


ให้ลองคิดถึงปัจจัยตามความเป็นจริง ซึ่งได้แก่

  • ลูกค้ายินดีที่จะเดินทางมาไกลแค่ไหนเพื่อมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากธุรกิจแบบคุณ

  • มีอุปสรรคที่ควบคุมได้ยากและจำกัดการเข้าถึงของลูกค้าหรือไม่ เช่น การจราจร ที่จอดรถ หรือโซนในการจัดส่ง

  • คุณอยู่ห่างจากธุรกิจคู่แข่งที่อยู่ใกล้ที่สุดมากน้อยเพียงใด


เมื่อคุณตอบคำถามเหล่านี้ได้แล้ว ก็ให้คุณกำหนดขอบเขตในการโฆษณาเพื่อเพิ่มการมองเห็นให้สูงสุด ในขณะที่ยังคำนึงถึงหลักความเป็นจริงว่าลูกค้ารายใดจะสามารถดำเนินการได้

ซึ่งบน TikTok คุณสามารถตั้งค่าการกำหนดเป้าหมายตามที่ตั้งสำหรับบางภูมิภาคได้ เพื่อให้โฆษณาของคุณเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ


คุณกำลังพยายามเข้าถึงกลุ่มผู้ชมกลุ่มใด

การที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จในพื้นที่ได้นั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณทราบข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับกลุ่มผู้ชมนอกเหนือจากอายุและรายได้มากน้อยเพียงใด


ให้พิจารณาเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • พวกเขามีไลฟ์สไตล์แบบใด พวกเขาเป็นครอบครัว นักเรียนนักศึกษา หรือพนักงานบริษัท

  • พวกเขาให้คุณค่ากับสิ่งใด ความสะดวก ราคา คุณภาพ หรือประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น

  • พวกเขาใช้เวลาบนโลกออนไลน์บนแพลตฟอร์มใด และคอนเทนต์แบบไหนที่ดึงดูดความสนใจของพวกเขาได้


ยิ่งคุณตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างเจาะจงเท่าไร การสร้างชิ้นงานโฆษณาที่มีความเฉพาะตัวและตรงใจผู้ชมก็ยิ่งเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นเท่านั้น


หากคุณไม่แน่ใจว่าจะต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายหลักในแง่ใดบ้าง ให้อ่านบทความนี้ในแนวทางปฏิบัติในการกำหนดเป้าหมายเพื่อดูวิธีหาว่าปัจจัยใดที่คุณควรเลือกใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เราอนุญาตให้คุณกำหนดเป้าหมายโดยใช้ที่ตั้งควบคู่กับหมวดหมู่ความสนใจได้ เช่น กลุ่มคนที่ชื่นชอบอาหาร กลุ่มคนที่รักการออกกำลังกาย หรือกลุ่มคนที่ชอบเล่นเกม นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้กลุ่มผู้ชมที่กำหนดเองที่สร้างจากข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ในอดีตเพื่อดึงดูดให้กลุ่มคนที่เคยแสดงความสนใจกลับมามีส่วนร่วมอีกครั้ง


ลูกค้าใหม่มีมูลค่ามากน้อยแค่ไหน

ไม่ว่าจะใช้กลยุทธ์โฆษณาแบบใด กลยุทธ์ดังกล่าวก็ควรยึดโยงกับมูลค่าของลูกค้า หากลูกค้ารายใหม่ใช้จ่าย $100 ในวันนี้ แต่มูลค่าที่ลูกค้าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาที่เป็นลูกค้าเท่ากับ $500 งบประมาณที่คุณใช้ก็ควรสอดคล้องกับมูลค่าตลอดระยะเวลาที่เป็นลูกค้า


ให้คำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

  • คุณสามารถใช้งบประมาณได้มากเท่าไรในการหาลูกค้าใหม่หนึ่งราย

  • คุณต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว (การซื้อในระยะสั้น) หรือต้องการลูกค้าประจำในระยะยาว (ลูกค้ากลับมาที่ร้าน ลูกค้าบอกต่อ)

  • ตลาดของคุณมีการแข่งขันสูงแค่ไหน และคุณต้องการเสนอราคาให้สูงกว่าเพื่อให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นหรือไม่


แคมเปญ Smart+ ของ TikTok จะปรับราคาเสนอและตำแหน่งโฆษณาโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จากงบประมาณที่คุณใช้ไป ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับมูลค่าที่ลูกค้าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาที่เป็นลูกค้า โดยไม่ต้องมาปรับงบประมาณด้วยตนเอง


ลูกค้าใช้งานมากที่สุดตอนไหน

จังหวะเวลาถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการลงโฆษณาในพื้นที่ คาเฟ่อาหารเช้าอาจได้ประโยชน์จากการโปรโมทโฆษณาในตอนเช้าตรู่ ในขณะที่บริการซ่อมอาจได้ผลลัพธ์ดีที่สุดจากการโปรโมทโฆษณาในตอนเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนมักสังเกตเห็นปัญหาต่างๆ ที่บ้าน


ให้คำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

  • กิจวัตรประจำวัน (การเดินทาง เวลารับประทานอาหาร ตารางเรียน)

  • ช่วงที่คึกคักที่สุดของฤดูกาล (เทศกาลวันหยุด เปิดเทอม อีเวนต์ในช่วงหน้าร้อน)

  • ปัจจัยในพื้นที่ที่เป็นตัวกระตุ้น (อากาศที่เปลี่ยนแปลงไป งานเทศกาล ฤดูแข่งขันกีฬา)


ตัวจัดการโฆษณาบน TikTok ช่วยให้คุณสามารถเลือกที่จะกำหนดเวลาลงโฆษณาในบางช่วงเวลาหรือบางวันได้ คุณจึงสามารถโปรโมทธุรกิจของคุณในช่วงเวลาที่คนในชุมชนมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมมากที่สุดได้ ยกตัวอย่างเช่น ร้านเสริมสวยอาจกำหนดเวลาลงโฆษณาในช่วงบ่ายแก่ๆ และวันเสาร์ ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนจองนัดหมายในนาทีสุดท้าย


ด้วยการหาคำตอบของคำถามเชิงกลยุทธ์เหล่านี้ควบคู่กับการใช้โซลูชันที่ยืดหยุ่นของ TikTok คุณจะสามารถสร้างแผนการโฆษณาในพื้นที่ที่ทั้งเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพได้


วิธีที่ TikTok ช่วยส่งเสริมให้คุณบรรลุเป้าหมายการโฆษณาในพื้นที่

การโฆษณาในพื้นที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดหรือแจกใบปลิวอีกต่อไป เพราะในปัจจุบันช่องทางสื่อดิจิทัลทำให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถสานสัมพันธ์กับลูกค้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงในรูปแบบที่มีการกำหนดเป้าหมายและวัดผลได้ด้วย TikTok for Business จึงได้เตรียมเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสานสัมพันธ์กับลูกค้าได้ โดยช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มคนที่เหมาะสมในที่ที่ใช่และในจังหวะเวลาที่พอดี


การกำหนดเป้าหมายตามที่ตั้งของโฆษณา TikTok ทำให้การเจาะกลุ่มลูกค้าเป็นเรื่องง่าย

ตัวเลือกการกำหนดเป้าหมายตามที่ตั้งของ TikTok ช่วยให้คุณกำหนดพื้นที่ที่จะให้บริการได้อย่างแม่นยำ


ไม่ว่าคุณจะต้องการกำหนดขอบเขตการบริการให้ครอบคลุมทั้งเมือง หรือกำหนดขอบเขตแคบๆ ในย่านไม่กี่ย่าน คุณก็สามารถเลือกกำหนดเป้าหมายตามตัวเลือกต่อไปนี้ได้


เมือง

กำหนดเป้าหมายให้ครอบคลุมทุกคนที่อยู่ในเขตเมือง

ยกตัวอย่างเช่น ร้านเบเกอรี่ในไมอามี่สามารถลงโฆษณาโดยจำกัดให้มีแค่ผู้คนที่อยู่ภายในเมืองไมอามี่เท่านั้นที่จะเห็นโฆษณา


เทศมณฑล

ครอบคลุมเมืองเล็กเมืองใหญ่ทั้งหมดที่อยู่ภายในเทศมณฑล ซึ่งมีการใช้อยู่บ่อยๆ ในสหรัฐอเมริกา

ยกตัวอย่างเช่น บริษัทรับจัดสวนสามารถกำหนดเป้าหมายเมืองทั้งหมดที่อยู่ภายในเทศมณฑลออเรนจ์ในแคลิฟอร์เนีย แทนที่จะต้องมากำหนดเป้าหมายแยกทีละเมือง


เขตจังหวัด

ใช้เป็นหลักในประเทศอย่างฝรั่งเศส โดย "เขตจังหวัด" คือเขตการปกครองที่อยู่ระหว่างภูมิภาคและเมือง


ยกตัวอย่างเช่น ร้านเสื้อผ้าในลียงสามารถลงโฆษณาทั่วเขตจังหวัดโรน ซึ่งครอบคลุมทั้งเมืองและเมืองเล็กที่อยู่รอบๆ ได้


อำเภอ/เขต

มักจะหมายถึงเขตการปกครองที่อยู่ภายในเมือง


ยกตัวอย่างเช่น ยิมในกรุงเทพมหานครอาจกำหนดเป้าหมายเขตสุขุมวิทเพื่อเข้าถึงผู้คนที่อาศัยและทำงานอยู่ในเขตดังกล่าวได้


ภูมิภาค DMA (พื้นที่ตลาดที่กำหนด)

มักใช้ในสหรัฐอเมริกา DMA คือภูมิภาคที่มีการใช้สื่อซึ่งครอบคลุมกลุ่มเทศมณฑลที่ประชากรคุ้นเคยกับทีวีและคอนเทนต์สื่อ โดยการแบ่งพื้นที่แบบนี้กว้างกว่าเมือง แต่แคบกว่ารัฐ


ยกตัวอย่างเช่น บริษัทนายหน้าขายรถยนต์ในชิคาโก้อาจกำหนดเป้าหมาย DMA ในชิคาโก้เพื่อเข้าถึงผู้คนในเขตมหานคร ไม่ใช่เพียงแค่เมืองเท่านั้น


จังหวัด

ใช้ในประเทศอย่างแคนาดาและจีน ซึ่งใช้การแบ่งเขตภูมิภาคหลักเป็นจังหวัด


ยกตัวอย่างเช่น ร้านขายปลีกที่จำหน่ายเสื้อผ้าสามารถลงโฆษณาทั่วจังหวัดออนแทริโอเพื่อให้ครอบคลุมเมืองใหญ่ทั้งหมดที่อยู่ในจังหวัดดังกล่าวได้


รัฐ

รัฐที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาหรือภูมิภาคที่คล้ายกันในประเทศอื่นๆ


ยกตัวอย่างเช่น แฟรนไชส์ติวเตอร์สามารถกำหนดเป้าหมายรัฐเท็กซัสทั้งรัฐได้


เขตเมือง

มีความละเอียดมากกว่าการกำหนดเป้าหมายทั้งเมือง โดยเน้นไปที่ย่านที่อยู่อาศัยในเมืองหรือแขวงที่เฉพาะเจาะจง


ยกตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟในนิวยอร์กอาจกำหนดเป้าหมายที่จะลงโฆษณาเฉพาะในเขตเมืองอัปเปอร์อีสต์ไซด์


การกำหนดเป้าหมายที่ยืดหยุ่นนี้ทำให้ร้านกาแฟสามารถเน้นโฆษณาสินค้าให้ผู้ที่เดินทางตอนเช้าซึ่งอยู่ในกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ได้ ส่วนบริษัทบริการสำหรับบ้านก็สามารถโฆษณาให้ครอบคลุมพื้นที่ในเมืองหลายๆ แห่งได้


รูปแบบโฆษณาที่สร้างมาเพื่อธุรกิจในพื้นที่

TikTok มีรูปแบบโฆษณาต่างๆ ที่เหมาะสำหรับเป้าหมายในระดับพื้นที่ ไม่ว่าคุณจะต้องการเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้ามาที่หน้าร้าน เพิ่มยอดการจอง หรือเพิ่มยอดการโทรติดต่อ

  • Spark Ads ช่วยให้คุณโปรโมทคอนเทนต์จากโปรไฟล์ของคุณเองหรือจากลูกค้าที่พอใจกับสินค้าหรือบริการของคุณ ซึ่งจะทำให้ข้อความที่คุณสื่อสารดูเรียลและจริงใจมากขึ้น

  • Lead Generation Ads ช่วยให้รวบรวมข้อมูลการติดต่อได้จากภายในแอปโดยตรง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ให้บริการหรือธุรกิจที่ต้องมีการนัดหมาย

  • Messaging Ads ช่วยให้คุณเริ่มต้นสนทนากับลูกค้าที่แสดงความสนใจได้โดยตรง

  • แคมเปญ Smart+ ช่วยลดภาระงานหนักๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพ โดยโซลูชันนี้จะค้นหาตำแหน่งโฆษณาและกลุ่มผู้ชมที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดโดยอัตโนมัติภายในงบประมาณที่คุณกำหนด


แนวทางปฏิบัติในการกำหนดเป้าหมายผู้ชม TikTok

สิ่งสำคัญในการกำหนดเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพบน TikTok คือการหาสมดุล โดยคุณจะต้องกำหนดเป้าหมายให้กว้างพอเพื่อให้ระบบค้นพบโอกาสต่างๆ ในการขาย แต่ก็ต้องเจาะจงมากพอที่จะทำให้คุณสามารถเข้าถึงลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อมากที่สุด

  • เริ่มจากการกำหนดเป้าหมายแบบกว้างก่อน จากนั้นค่อยมาปรับทีหลัง ให้คุณเริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายผู้ชมในวงกว้างเพื่อให้แคมเปญมีเวลาในการรวบรวมข้อมูลด้านประสิทธิภาพ จากนั้นเมื่อได้ผลลัพธ์ ให้กำหนดเป้าหมายตามที่ตั้งหรือตามความสนใจให้แคบลงเพื่อเน้นเฉพาะกลุ่มผู้ชมที่ให้การตอบรับดีที่สุด

  • หลีกเลี่ยงการกำหนดเป้าหมายที่มีเงื่อนไขมากเกินไป การใช้ข้อกำหนดหลายอย่างพร้อมกันมากเกินไป (เช่น กำหนดเป้าหมายตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์อย่างเข้มงวดและตามความสนใจแบบแคบๆ) อาจจำกัดการนำเสนอโฆษณาและทำให้ค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณาสูงขึ้น ปล่อยให้เครื่องมือการเพิ่มประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มช่วยจัดการภาระงานหนักๆ บางส่วน

  • ทดสอบขอบข่ายหลายๆ แบบ ให้ลองกำหนดเป้าหมายตามที่ตั้งควบคู่กับความสนใจ พฤติกรรม หรือการใช้อุปกรณ์ของผู้ชมเพื่อดูว่าการใช้ตัวเลือกใดควบคู่กันสร้างการมีส่วนร่วมได้ดีที่สุด

  • ใช้ Smart+ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ รูปแบบโฆษณานี้จะทดสอบและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตำแหน่งโฆษณา กลุ่มผู้ชม และชิ้นงานโฆษณาทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและได้ผลลัพธ์สูงสุดไปพร้อมกัน

  • รีเฟรชชิ้นงานโฆษณาบ่อยๆ แม้ว่าจะใช้การกำหนดเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ แต่ผู้ชมก็ให้การตอบรับคอนเทนต์ที่มีความแปลกใหม่มากที่สุด นอกจากนี้ ให้สับเปลี่ยนวิดีโออยู่เป็นประจำเพื่อเลี้ยงกระแส

  • วัดผลและปรับให้เหมาะสม ใช้การรายงานผลของ TikTok และ Lift Studie ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าโฆษณาใดสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง เช่น การไปที่หน้าร้านหรือจองบริการ จากนั้นให้ปรับการกำหนดเป้าหมายตามข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้น


อ่านคู่มือฉบับเต็มเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการกำหนดเป้าหมายผู้ชม


กรณีศึกษาเกี่ยวกับการโฆษณาในพื้นที่

ธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ต่างก็ใช้ TikTok เพื่อเปลี่ยนความสนใจของผู้คนในพื้นที่ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง ซึ่งดูได้จากตัวอย่างต่อไปนี้

  • Forbes Functions ธุรกิจรับวางแผนจัดอีเวนต์ที่ดำเนินการโดยผู้หญิงในนครนิวยอร์กใช้คอนเทนต์ TikTok ที่สร้างสรรค์ควบคู่กับการกำหนดเป้าหมายตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของฟีเจอร์โปรโมทเพื่อเจาะกลุ่มผู้ชมในพื้นที่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยในเวลาเพียงแค่ 3 เดือน ทางแบรนด์สามารถเพิ่มยอดผู้ติดตามจากที่มีไม่ถึง 1,000 คนให้มากกว่า 9,000 คนได้ ทั้งยังได้ยอดรับชมวิดีโอ 21,000 ครั้ง และสร้างยอดคลิกเว็บไซต์ได้ 519 ครั้ง… ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ทางแบรนด์ได้ลูกค้ารายใหม่ที่สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการและจองบริการวางแผนจัดอีเวนต์

  • Al Khaleejion Kitchens ธุรกิจของตกแต่งบ้านและออกแบบห้องครัวระดับลักชัวรี่ในซาอุดิอาระเบียใช้ Spark Ads และการร่วมมือกับครีเอเตอร์เพื่อทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นและเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้ามาที่หน้าร้าน โดยแคมเปญของทางแบรนด์ทำให้ได้ยอดรับชมวิดีโอ 5.8 ล้านครั้ง เข้าถึงผู้คนได้ 3.2 ล้านคน ทั้งยังทำให้ลูกค้าที่เข้ามาที่หน้าร้านค้าเพิ่มขึ้น 29%

  • Chefs and Dogs ธุรกิจจัดส่งอาหารสดสำหรับสุนัขในแคนเบอร์รา สร้างชุมชนที่มีชีวิตชีวาบน TikTok โดยใช้คอนเทนต์ที่สนุกสนานและให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการของสัตว์เลี้ยงแบบองค์รวม ซึ่งในช่วงเวลา 3 ปี ทางแบรนด์ได้เพิ่มยอดผู้ติดตามจนถึง 2.6 ล้านคน ได้ยอดกดถูกใจถึง 78 ล้านครั้ง และสร้างยอดรับชมโดยรวมได้ 241 ล้านครั้ง ซึ่งช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการร่วมมือและปั้นแบรนด์ให้เติบโตโดยอาศัยชุมชน

  • The Botanist ร้านอาหารและบาร์สุดสร้างสรรค์ร่วมมือกับ SCROll STOP เพื่อเปิดตัวสาขาใหม่ในเอดินเบิร์กโดยใช้ TikTok Spark Ads และคอนเทนต์ที่ครีเอเตอร์เป็นผู้กำหนดรูปแบบ โดยแคมเปญได้ยอดรับชมถึง 1.5 ล้านครั้ง ทำให้มีลูกค้าจองเข้ามามากกว่า 700 ครั้ง และทำให้ได้ผลตอบแทนจากค่าโฆษณาที่สูงถึง 29.74 เท่า ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนกระแสในโลกออนไลน์ให้กลายเป็นลูกค้าที่เข้ามาที่ร้านจริงๆ


ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าธุรกิจในพื้นที่สามารถใช้ TikTok เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความภักดี และเปลี่ยนการมีส่วนร่วมในโลกออนไลน์ให้กลายเป็นการดำเนินการจริงๆ ได้


การวัดผลความสำเร็จจากการลงโฆษณาในพื้นที่

ให้ติดตามดูมากกว่าแค่ยอดคลิก เนื่องจากการได้ยอดคลิกไม่ได้แปลว่าธุรกิจจะได้ลูกค้าเสมอไป และที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะบางคนอาจจะดูวิดีโอของคุณ เข้าไปยังเว็บไซต์ของคุณ แล้วก็ไม่เคยดำเนินการในขั้นถัดไปเลย แต่ถ้าหากคุณรู้ว่าโฆษณาของคุณส่งผลโดยตรงในการทำให้ผู้ชมเข้าไปที่ร้านค้า โทรติดต่อ หรือจองบริการ คุณก็มีข้อพิสูจน์ว่าการใช้จ่ายกับการโฆษณาสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง สำหรับธุรกิจในพื้นที่ที่ทุกยอดขายล้วนเป็นสิ่งสำคัญ ข้อมูลที่ชัดเจนเช่นนี้จะช่วยให้คุณใช้จ่ายกับโฆษณาได้คุ้มค่ามากขึ้น โดยทุ่มงบประมาณให้กับโฆษณาที่ได้ผลตอบรับดี และลดงบประมาณที่ใช้กับโฆษณาที่ไม่ได้ผล นอกจากนี้ การวัดผลความสำเร็จยังทำให้คุณมีวิธีแสดงผลลัพธ์ที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการรับรู้แบรนด์ โดยสามารถแสดงผลลัพธ์ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชนและรายได้ซึ่งสามารถวัดผลได้


วิธีสานสัมพันธ์กับชุมชนในพื้นที่

สิ่งสำคัญในการลงโฆษณาในพื้นที่ไม่ได้มีเพียงแค่ทำให้ผู้คนเห็นโฆษณาเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้ดูเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนด้วย เมื่อคุณนำเสนอธุรกิจโดยวางภาพลักษณ์ให้เป็นธุรกิจที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ผู้คนจะรู้สึกเชื่อมโยงกับธุรกิจของคุณมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเลือกแบรนด์ของคุณมากกว่าคู่แข่งที่พวกเขาไม่รู้จัก ซึ่งการโฆษณาในพื้นที่จะได้ผลลัพธ์ดีที่สุดเมื่อคุณเน้นให้เห็นบทบาทของธุรกิจที่มีต่อชีวิตประจำวันของผู้คนและประสบการณ์ร่วมที่ทำให้ย่านนั้นมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น


วิธีต่างๆ ที่ช่วยให้คุณสานสัมพันธ์กับชุมชนได้มีดังนี้

  • เข้าร่วมงานเทศกาล เป็นสปอนเซอร์ให้ทีม หรือสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ ให้คุณนำเสนอแบรนด์ในที่ที่ลูกค้ามารวมตัวกันอยู่แล้ว เช่น คาเฟ่ที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับเทศกาลดนตรีที่จัดขึ้นในพื้นที่หรือร้านค้าปลีกที่สนับสนุนทีมกีฬาเยาวชน ซึ่งการทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ร้านค้าเหล่านั้นเป็นที่รู้จัก แต่ยังแสดงให้เห็นว่าพวกเขาลงทุนกับชุมชนด้วยเช่นกัน ใช้โฆษณา TikTok เพื่อโปรโมทกิจกรรมเหล่านี้โดยแชร์วิดีโอเบื้องหลังหรือข้อความแสดงความขอบคุณ

  • จูงใจให้ลูกค้าโพสต์วิดีโอ TikTok ที่แสดงประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับ ไม่มีสิ่งใดจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้เหมือนกับความคิดเห็นจากลูกค้าจริงอีกแล้ว ดังนั้นให้ขอให้ลูกค้าที่พอใจกับบริการช่วยแชร์เรื่องราว เมนูอาหาร หรือสินค้าที่ซื้อมาใหม่โดยถ่ายทอดออกมาด้วยคำพูดของตัวเอง ซึ่งการนำคอนเทนต์นี้มาโพสต์ซ้ำหรือโปรโมทด้วย Spark Ads จะช่วยให้คุณเปลี่ยนคำรับรองจากลูกค้าจริงให้กลายเป็นโฆษณาที่มีประสิทธิภาพซึ่งมีความเป็นธรรมชาติและชวนอินได้

  • ร่วมมือกับธุรกิจในพื้นที่อื่นๆ เพื่อโปรโมทแบบข้ามธุรกิจ การร่วมมือกันจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจทั้งสองฝ่าย ยิมสามารถร่วมมือกับร้านขายสมูทตี้เพื่อสร้างกลุ่มธุรกิจเพื่อสุขภาพที่ดี ช่างจัดดอกไม้สามารถร่วมมือกับนักวางแผนจัดงานแต่งงาน หรือร้านหนังสือจะร่วมมือกับคาเฟ่ในพื้นที่ก็ได้เช่นกัน โดยแพลตฟอร์มอย่าง TikTok จะช่วยให้คุณสามารถร่วมกันสร้างวิดีโอ แท็กธุรกิจของอีกฝ่าย และทำแคมเปญร่วมกันได้ ซึ่งจะส่งผลให้การเข้าถึงของคุณเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณให้เป็น 2 เท่า


สิ่งสำคัญก็คือให้คิดว่าการโฆษณาของคุณเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชน ไม่ใช่แค่การเสนอขายเพียงอย่างเดียว เมื่อผู้คนเห็นว่าแบรนด์ของคุณมีส่วนร่วมกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ผู้คนเหล่านั้นก็มีแนวโน้มที่จะจดจำและช่วยแนะนำธุรกิจของคุณ รวมถึงกลับมาใช้บริการอีกครั้ง


สร้างกลยุทธ์การโฆษณาในพื้นที่ซึ่งพร้อมรับมือกับอนาคต

วิธีที่ผู้คนใช้ค้นหา ซื้อสินค้า และติดต่อกับธุรกิจในพื้นที่นั้นเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ และเพื่อให้คุณพร้อมรับมือ สิ่งที่สำคัญคือ คุณต้องกำหนดกลยุทธ์ในการโฆษณาให้มีความยืดหยุ่นและปรับให้เข้ากับเทรนด์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น


3 สิ่งที่ต้องสังเกตมีดังนี้

  • การค้นหาด้วยเสียงกำลังพลิกโฉมการค้นพบธุรกิจในพื้นที่ ในปัจจุบันผู้คนใช้ฟีเจอร์ถามคำถามด้วยเสียงเพื่อค้นหาข้อมูลบนอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน ลำโพงอัจฉริยะ หรือระบบผู้ช่วยในรถยนต์ เช่น ถามว่า "จะหาพิซซ่าอร่อยๆ แถวนี้ได้ที่ไหน", "ร้านทำเล็บที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน" หรือ "ร้านฮาร์ดแวร์ที่เปิดอยู่ตอนนี้อยู่ตรงไหน" ดังนั้นคอนเทนต์ของคุณจึงควรใช้ภาษาพูดที่ฟังดูเป็นธรรมชาติเหมือนกับที่ผู้คนใช้ในการสนทนา ไม่ใช่ภาษาที่เหมือนกับที่พวกเขาพิมพ์ ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะเน้นใช้คำสำคัญอย่าง "ร้านพิซซ่า" เพียงอย่างเดียว ให้เพิ่มวลีต่างๆ เช่น "ฉันจะหาพิซซ่ากินแถวนี้ได้ที่ไหน" ลงในเว็บไซต์และข้อความโฆษณาของคุณด้วย

  • ระบบอัตโนมัติได้กลายเป็นผู้ช่วยในการทำการตลาดของคุณ เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์ได้ง่ายขึ้นว่าลูกค้าของคุณพร้อมรับข้อมูลมากที่สุดตอนไหน เพื่อให้นำเสนอโฆษณาได้ในจังหวะที่เหมาะสม อย่างเช่น แคมเปญ Smart+ ของ TikTok ที่จะทดสอบตำแหน่งโฆษณา การกำหนดเป้าหมาย และชิ้นงานโฆษณารูปแบบต่างๆ ให้โดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เครื่องมือนี้จะช่วยให้ธุรกิจเหล่านั้นไม่ต้องลองผิดลองถูก และช่วยลดความจำเป็นที่ธุรกิจจะต้องคอยตรวจสอบแคมเปญอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้คุณสามารถโฟกัสกับการทำธุรกิจโดยมีระบบอัตโนมัติช่วยจัดการเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพให้

  • การเปลี่ยนแปลงในเรื่องความเป็นส่วนตัวส่งผลให้วิธีกำหนดเป้าหมายของธุรกิจต่างออกไปจากเดิม ด้วยกฎเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดขึ้นและข้อมูลของบุคคลที่สามซึ่งมีให้เลือกน้อยลง ผู้โฆษณาจึงไม่สามารถพึ่งพาข้อมูลหลักๆ จากการกำหนดเป้าหมายด้านพฤติกรรมแบบกว้างได้อีกต่อไป แต่ข่าวดีก็คือธุรกิจในพื้นที่มีแต้มต่อตามธรรมชาติที่จะช่วยให้ธุรกิจเหล่านั้นประสบความสำเร็จในสถานการณ์เช่นนี้ การใช้คอนเทนต์ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้คนในพื้นที่อย่างมาก ซึ่งเป็นการเข้าถึงผู้คนตามที่ที่พวกเขาอยู่และสิ่งที่พวกเขาต้องการในขณะนั้น ได้กลายเป็นวิธีที่มีทรงพลังมากขึ้น ซึ่งการใช้การกำหนดเป้าหมายตามที่ตั้งควบคู่กับคอนเทนต์แบบเรียลๆ ที่เกี่ยวกับพื้นที่นั้นๆ จะทำให้ผู้คนนึกถึงธุรกิจของคุณเป็นอันดับต้นๆ เสมอ แม้ว่าโลกของการโฆษณาจะมีการปรับเปลี่ยนก็ตาม


ตอบทุกข้อสงสัยของคุณ

กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลในพื้นที่คืออะไร

กลยุทธ์นี้คือแผนที่จะเจาะกลุ่มผู้คนในย่านของคุณโดยใช้เครื่องมือออนไลน์ ซึ่งรวมถึงการค้นหา สื่อโซเชียล โฆษณา และการกำหนดเป้าหมายตามที่ตั้ง เพื่อให้พวกเขามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากธุรกิจของคุณ

จะทำการตลาดให้ธุรกิจขนาดเล็กในพื้นที่ผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างไร

จะนำเสนอธุรกิจเมื่อมีคนค้นหาสินค้าหรือบริการที่อยู่ใกล้ๆ ได้อย่างไร

ควรสร้างคอนเทนต์แบบใด

การทำการตลาดทางอีเมลมีส่วนช่วยอย่างไร

สามารถใช้โซเชียลมีเดียเพื่อทำการตลาดในพื้นที่ได้อย่างไรบ้าง

จะพัฒนา Search Engine Optimization (SEO) ในพื้นที่ได้อย่างไร

เอกสารนี้เป็นทรัพย์สินของ TikTok Inc. และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ผู้รับเอกสารจะต้องไม่แจกจ่าย จัดแสดง หรือใช้เอกสารนี้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด TikTok ไม่มีภาระผูกพันหรือความรับผิดชอบในการอัปเดตข้อมูลใดๆ ที่มีอยู่ในเอกสารฉบับนี้ โดยผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันหรือบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานในอนาคต และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันออกไป โปรดทราบว่าคุณมีหน้าที่รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ และนโยบายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เมื่อสร้างเนื้อหาที่กล่าวถึงแบรนด์บน TikTok ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงแนวทางการรับรองของ FTC และนโยบายแพลตฟอร์ม TikTok ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงนโยบายคอนเทนต์ที่กล่าวถึงแบรนด์ของ TikTok: https://support.tiktok.com/en/business-and-creator/creator-and-business-accounts/branded-content-policy