คู่มือ
คู่มือฉบับย่อที่แสดงวิธีโปรโมทสินค้า ซึ่งมาพร้อมตัวอย่างและเครื่องมือของ TikTok ที่จะช่วยให้คุณโฆษณาได้ง่ายขึ้น
เริ่มเลย
การสร้างสรรค์สิ่งที่ยอดเยี่ยมต้องอาศัยความพยายาม การทำให้ผู้ชมสังเกตเห็นสินค้าต้องอาศัยกลยุทธ์ การโฆษณาเป็นจุดเชื่อมต่อสินค้าของคุณเข้ากับผู้คนที่พร้อมดำเนินการ สิ่งสำคัญคือการนำเสนอสินค้าด้วยวิธีการที่ถูกต้อง
คู่มือนี้จะแนะนำการโฆษณาสินค้าแบบทีละขั้นตอน คุณจะได้รู้ว่ากลุ่มผู้ชมของคุณคือใครและคุณจะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมเหล่านั้นได้ที่ใด รวมถึงวิธีสร้างโฆษณาที่ได้ผลตอบรับดีจริงๆ นอกจากนี้ คุณจะได้เห็นว่าเครื่องมือของ TikTok อย่าง Catalog Ads และ Spark Ads ช่วยให้กระบวนการลงโฆษณาราบรื่นและสร้างสรรค์ขึ้นได้อย่างไร
การเริ่มลงโฆษณาเลยโดยไม่มีแผนเป็นเหมือนกับการสร้างบ้านโดยไม่มีฐานราก คุณอาจจะได้ยอดคลิกบ้าง แต่ถ้าไม่ได้กำหนดทิศทางที่ชัดเจน ผลลัพธ์จะคุณก็จะไม่เพิ่มขึ้น ก่อนที่คุณจะใช้จ่ายกับอะไรสักอย่าง ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณกำลังสื่อสารกับใคร คุณกำลังนำเสนออะไร และวิธีใดจะทำให้สินค้าของคุณโดดเด่น
เมื่อคุณรู้จักกลุ่มผู้ชม คุณจะเสียงบประมาณน้อยลงและสานสัมพันธ์กับผู้ชมได้มากขึ้น ให้เริ่มต้นด้วยการดูว่าผู้ชมรายใดซื้อสินค้าจากคุณไปแล้ว ผู้ชมรายใดซื้อสินค้ามากที่สุด ผู้ชมกลุ่มนี้มีอะไรที่เหมือนกัน ลูกค้าที่ซื้อสินค้าของคุณมากที่สุดอาจเป็นนักเรียนที่เรียนหนัก พ่อแม่มือใหม่ หรือผู้คนที่เพิ่งเริ่มทำงานพิเศษ
ให้ใช้สิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว การวิเคราะห์ข้อมูลจากเว็บไซต์หรือตัวตนบน TikTok ของคุณจะทำให้คุณทราบข้อมูลหลายอย่าง ตัวจัดการโฆษณาบน TikTok สามารถแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ชมของคุณชอบอะไรและมีพฤติกรรมอย่างไรบนโลกออนไลน์
สร้างโปรไฟล์ง่ายๆ เขียนอายุ ที่ตั้ง ความสนใจ และปัญหาที่สินค้าของคุณช่วยแก้ไขได้ ยกตัวอย่างเช่น "คนอายุ 28 ปีที่ชอบออกกำลังกายกำลังมองหาอุปกรณ์ออกกำลังกายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งใช้งานได้ยาวนาน"
เมื่อคุณกำหนดกลุ่มผู้ชมอย่างชัดเจน ชิ้นงานโฆษณาของคุณก็จะทำให้ผู้ชมรู้สึกอิน หากคุณทราบว่าผู้ชมให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ก็ให้ชูเรื่องนั้นเป็นประเด็นหลัก สื่อสารกับผู้ชมเกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญ แล้วโฆษณาของคุณก็จะโดนใจผู้ชมมากกว่าที่เคย
USP คือสิ่งที่ทำให้สินค้าของคุณแตกต่างจากสินค้าอื่นๆ
ให้เริ่มต้นง่ายๆ เขียนรายการคุณสมบัติของสินค้า เช่น กันน้ำ น้ำหนักเบา หรือเป็นสินค้าทำมือ จากนั้นก็ค่อยเจาะลึก ให้ถามตัวเองว่าเพราะเหตุใดคุณสมบัตินี้จึงสำคัญ ให้ทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนคุณเจอประโยชน์ที่แท้จริง "กันน้ำ" จะกลายเป็น "ปกป้องแล็ปท็อปของคุณให้ปลอดภัยระหว่างเดินทางในขณะที่ฝนตก"
ดูคู่แข่งของคุณ หากกระเป๋าเป้เดินทางส่วนใหญ่นั้นเทอะทะ และกระเป๋าเป้ของคุณมีน้ำหนักเบากว่า นั่นคือข้อได้เปรียบของคุณ ให้พยายามเขียน USP ให้จบในประโยคเดียวอย่างชัดเจน อย่างเช่น "กระเป๋าเป้เดินทางที่จะปกป้องอุปกรณ์เทคโนโลยีของคุณโดยที่คุณไม่ต้องแบกอะไรๆ หนัก"
USP ที่ดีจะช่วยกำหนดทิศทางโฆษณาของคุณ หากไม่มี USP คุณก็จะสื่อสารแบบไร้ทิศทาง โดย USP จะช่วยให้ผู้ชมเข้าใจทันทีว่าสินค้าของคุณแตกต่างจากของแบรนด์อื่นอย่างไร และทำไมพวกเขาจึงควรคลิกเข้ามาดูสินค้าของคุณ
เลือกคู่แข่งโดยตรงมา 3 ถึง 5 ราย ค้นหาโฆษณาของแบรนด์เหล่านั้นบนช่องทางออนไลน์หรือบน TikTok พิจารณาว่าแบรนด์คู่แข่งนำเสนอแบรนด์อย่างไร กลุ่มเป้าหมายของพวกเขาเป็นใคร และพวกเขานำเสนอโฆษณาในช่องทางใด
นอกจากนี้ ให้เจาะลึกโดยดูรีวิวของลูกค้าด้วย รีวิวที่ดีจะแสดงให้เห็นสิ่งที่ผู้ชมชอบ ส่วนรีวิวที่ไม่ดีจะแสดงให้เห็นส่วนที่ขาดไป และเป็นจุดที่จะทำให้คุณเอาชนะแบรนด์คู่แข่งได้ เครื่องมืออย่างแดชบอร์ดโฆษณายอดนิยมใน TikTok Creative Center จะช่วยให้ข้อมูลเชิงลึกว่าแพลตฟอร์มใดใช้ได้ผลดีสำหรับธุรกิจเช่นคุณ
การค้นหาข้อมูลเช่นนี้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา หากทุกคนใช้วิดีโอสุดเนี้ยบที่ถ่ายในสตูดิโอ คอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างแบบเรียลๆ ที่ไม่ผ่านการปรับแต่งอาจทำให้แบรนด์ของคุณดูโดดเด่น
ช่องทางโฆษณาไม่ได้เหมาะกับสินค้าของคุณหมดทุกช่องทาง ให้คิดว่าแต่ละช่องทางเป็นเหมือนหน้าร้านประเภทที่แตกต่างกัน ตัวเลือกที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าของคุณใช้เวลาในแพลตฟอร์มใดและพวกเขาอยู่ในขั้นตอนไหน
สิ่งเหล่านี้คืออะไร: โซลูชันเหล่านี้คือโฆษณาแบบชำระเงินที่จะแสดงเมื่อผู้คนค้นหาอะไรบางอย่าง ใน Google โฆษณานี้อาจเป็น "ซื้อเสื่อโยคะออนไลน์" บน TikTok Search Ads ก็มีหลักการทำงานเดียวกัน โดยจะนำเสนอวิดีโอของคุณในผลการค้นหาโดยตรง เมื่อมีคนพิมพ์คำค้นหา เช่น "หูฟังไร้สายที่ดีที่สุด" หรือ "สูตรมื้อเย็นง่ายๆ"
สถานการณ์ที่ควรใช้โซลูชันนี้: การใช้ SEM จะได้ผลดีเมื่อผู้คนรู้อยู่แล้วว่าต้องการสินค้าอะไรและพร้อมที่จะซื้อสินค้านั้น ส่วน Search Ads ของ TikTok เหมาะสำหรับใช้เจาะกลุ่มผู้คนที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจหรือคำตอบภายในแอป
สิ่งที่คุณสามารถดำเนินการได้มีดังนี้
ค้นหาคำสำคัญที่ผู้ชมของคุณอาจใช้ค้นหา ให้เน้นไปที่วลีที่มีประโยชน์ เช่น "ฮาวทู" หรือ "[ประเภทสินค้า] ที่ดีที่สุด"
สร้างวิดีโอ TikTok สั้นๆ ที่เหมาะกับวลีค้นหาเหล่านั้น ใช้ข้อความซ้อนทับ เช่น "กระเป๋าแครี่ออนที่ดีที่สุดในราคาไม่ถึง $100"
ติดตามข้อมูลว่าโฆษณาแบบใดทำให้ได้ยอดคลิกหรือยอดขาย แล้วเน้นใช้โฆษณาที่ได้ผลดี
สิ่งเหล่านี้คืออะไร: การใช้คอนเทนต์ที่มีประโยชน์ที่ให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ หรือช่วยแก้ไขปัญหา ซึ่งอาจเป็นวิดีโอฮาวทู บล็อกง่ายๆ หรือบทช่วยสอนสั้นๆ แบรนด์สกินแคร์อาจโพสต์วิดีโอ "3 ขั้นตอนที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสยิ่งขึ้น" แล้วแสดงการใช้คลีนเซอร์
สถานการณ์ที่ควรใช้โซลูชันนี้: การทำการตลาดโดยอาศัยคอนเทนต์ได้ผลดีสำหรับสินค้าที่ต้องอาศัยความไว้วางใจหรือคำอธิบาย ให้นึกถึงธุรกิจประเภทการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยี การเงิน หรือธุรกิจใดๆ ก็ตามที่ผู้คนต้องการดูข้อมูลก่อนที่จะซื้อ
สิ่งที่คุณสามารถดำเนินการได้มีดังนี้
เขียนรายการคำถาม 5 ข้อที่ผู้ชมมักถามบ่อยๆ แล้วตอบคำถามนั้นในวิดีโอ TikTok, บล็อก หรือคู่มือสั้นๆ
แชร์บทช่วยสอนหรือเรื่องราวที่มีการกล่าวถึงสินค้าของคุณอย่างเป็นธรรมชาติ
นำคอนเทนต์ที่ดีที่สุดของคุณกลับมาใช้ใหม่ในทุกแพลตฟอร์ม เช่น อีเมล บล็อก และ TikTok
โซลูชันนี้คืออะไร: การร่วมมือกับครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามประจำอยู่แล้ว โดยครีเอเตอร์เหล่านี้จะแชร์คอนเทนต์ที่มีสินค้าของคุณในแบบที่เป็นธรรมชาติและดูจริงใจ
สถานการณ์ที่ควรใช้โซลูชันนี้: การทำงานร่วมกันนี้จะได้ผลดีมากสำหรับสินค้าที่เน้นภาพลักษณ์ เช่น ความงาม อาหาร แฟชั่น หรือการออกกำลังกาย ครีเอเตอร์สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสำหรับแบรนด์ใหม่ๆ
สิ่งที่คุณสามารถดำเนินการได้มีดังนี้
เลือกดูใน Creator Marketplace ของ TikTok เพื่อค้นหาครีเอเตอร์ที่เหมาะจะเป็นพาร์ทเนอร์
ให้เริ่มต้นด้วยการร่วมมือกับครีเอเตอร์รายเล็กที่มีกลุ่มผู้ชมน้อยกว่าแต่มีส่วนร่วมมากกว่า
ให้ครีเอเตอร์สร้างคอนเทนต์ในแบบของตัวเอง เพราะเมื่อข้อความถูกถ่ายทอดในสไตล์ของพวกเขา โฆษณาจะเข้าถึงผู้ชมได้ดีกว่า
โซลูชันนี้คืออะไร: โฆษณานี้คือโฆษณาที่คุณสามารถลงในโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มวิดีโอต่างๆ ได้ ซึ่งอาจเป็นวิดีโอสั้น ภาพนิ่ง หรือโพสต์ที่บูสต์ซึ่งแสดงในฟีดของผู้ชม
สถานการณ์ที่ควรใช้โซลูชันนี้: โฆษณาแบบชำระเงินเหมาะสำหรับใช้เข้าถึงกลุ่มคนใหม่อย่างรวดเร็ว ทดสอบข้อความที่แตกต่างกัน หรือเพิ่มยอดขายในทันที โดยวิดีโอจะใช้ได้ผลดีเป็นพิเศษสำหรับสินค้าที่จะดูโดดเด่นเมื่อมีการสาธิตวิธีใช้งาน เช่น สูตรอาหาร สินค้าแฟชั่น หรือสินค้าสำหรับบ้าน
สิ่งที่คุณสามารถดำเนินการได้มีดังนี้
บน TikTok ให้ใช้โฆษณารูปแบบต่างๆ เช่น Catalog Ads หรือ Spark Ads เพื่อเปลี่ยนการค้นพบให้กลายเป็นการซื้อ
บูสต์คอนเทนต์ที่ได้ผลตอบรับดีที่สุดของคุณแทนที่จะเริ่มสร้างคอนเทนต์ใหม่ตั้งแต่แรก
การเลือกช่องทางที่เหมาะสมในจังหวะที่เหมาะเจาะช่วยลดโอกาสที่จะเสียงบประมาณไปเปล่าๆ และเพิ่มผลลัพธ์ ใช้ SEM และ TikTok Search Ads เพื่อเข้าถึงผู้ชมที่พร้อมซื้อสินค้า ใช้การทำการตลาดโดยอาศัยคอนเทนต์เพื่อสร้างความไว้วางใจ ใช้การร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์เพื่ออาศัยความน่าเชื่อถือของพวกเขา ใช้โฆษณาโซเชียลหรือโฆษณาแบบวิดีโอที่เป็นสื่อแบบชำระเงินเพื่อต่อยอดผลลัพธ์อย่างรวดเร็วและทำให้ผู้ชมเห็นสินค้าของคุณ
การใช้งบประมาณมหาศาลไม่ได้เป็นการรับประกันว่าจะได้ผลลัพธ์ดีเสมอไป ชิ้นงานโฆษณาคือสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โฆษณาที่ดีจะดึงดูดความสนใจได้อย่างรวดเร็ว แสดงประโยชน์ของสินค้าอย่างชัดเจน และทำให้ผู้คนดำเนินการได้ง่าย ไม่ว่าคุณจะลงโฆษณาที่ใด หลักการในการสร้างชิ้นงานโฆษณาเหล่านี้ก็จะช่วยให้โฆษณาของคุณได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
ผู้คนเลื่อนดูคอนเทนต์อย่างรวดเร็ว คุณมีเวลาเพียง 1 หรือ 2 วินาทีในการดึงดูดความสนใจของพวกเขา ให้เริ่มต้นด้วยการใช้ฮุคที่ดึงดูดความสนใจได้ดี ถามคำถามที่สะดุดหู แสดงสิ่งที่ไม่คาดคิด หรือเน้นปัญหาจริงๆ ที่สินค้าของคุณสามารถช่วยแก้ไขได้ อย่าเริ่มต้นด้วยการแสดงโลโก้ก่อน แต่ให้แสดงผลลัพธ์ก่อนเป็นอย่างแรก ใช้การเคลื่อนไหว มุมกล้องต่างๆ และการเปลี่ยนฉากอย่างรวดเร็วเพื่อให้วิดีโอของคุณดูน่าสนใจตลอดเวลา
ลักษณะของสินค้านั้นถูกลืมได้ง่าย แต่การใช้ในชีวิตจริงจะทำให้ผู้ชมจำได้ แสดงการใช้งานสินค้าให้ผู้ชมเห็น ซึ่งอาจจะเป็นการแก้ไขปัญหา แสดงการเปรียบเทียบโดยนำมาวางข้างกัน หรือเน้นให้เห็นว่าผู้คนใช้สินค้านี้อย่างไรในชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ทีมงานของคุณ หรือแม้แต่ตัวคุณเอง
ผู้ชมจำนวนมากเลื่อนดูคอนเทนต์ในขณะที่ปิดเสียง ทำให้ข้อความที่คุณสื่อสารชัดเจนด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เพิ่มข้อความซ้อนทับที่นำเสนอประโยชน์ของสินค้า ใส่คำบรรยายสำหรับเสียงพากย์ แสดงลักษณะของสินค้า ราคา หรือข้อเสนอให้เห็นอย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจได้โดยไม่ต้องเปิดเสียง
โฆษณาไม่ควรให้ความรู้สึกเหมือนโฆษณา แต่ควรให้ความรู้สึกเหมือนคอนเทนต์ที่ผู้ชมต้องการดูจริงๆ ทำให้วิดีโอเข้ากับบรรยากาศของแพลตฟอร์ม แพลตฟอร์ม TikTok เติบโตขึ้นจากโมเมนต์แบบเรียลๆ ที่ดูเรียบง่าย ให้ทดสอบสไตล์หลายๆ แบบ เช่น คำรับรอง บทช่วยสอน หรือการแนะนำสินค้าสั้นๆ เพื่อดูว่าอะไรได้ผลตอบรับดี
หากผู้ชมไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป พวกเขาจะไม่ดำเนินการอะไรเลย ให้เพิ่ม CTA ที่ตรงไปตรงมา เช่น "ซื้อเลย", "สมัครเลยวันนี้" หรือ "เรียนรู้เพิ่มเติม" ใช้ CTA ที่เหมาะกับแพลตฟอร์ม บน TikTok ผู้ชมพร้อมที่จะแตะซื้อสินค้าอยู่แล้ว ให้แสดงการดำเนินการให้ผู้ชมเห็น เช่น การแตะปุ่มหรือเพิ่มสินค้าบางอย่างลงในรถเข็น
แม้แต่ชิ้นงานโฆษณาที่ได้ผลตอบรับดีก็อาจไม่ได้ผลอีกต่อไป หากคุณลงโฆษณานั้นนานเกินไป ให้เริ่มต้นลงโฆษณาโดยใช้โฆษณา 2 ถึง 3 เวอร์ชันซึ่งมีภาพ ฮุค หรือ CTA ที่แตกต่างกัน แล้วติดตามข้อมูลว่าโฆษณาเวอร์ชันใดได้ผลตอบรับดีที่สุด ทำให้คอนเทนต์แปลกใหม่เสมอเพื่อให้ใช้ได้ผลตลอดเวลา เมื่อผู้ชมเห็นอะไรใหม่ๆ พวกเขาก็จะให้ความสนใจ
TikTok ทำให้การค้นพบและการดำเนินการมีส่วนเชื่อมโยงกันมากกว่าที่เคย ซึ่งโซลูชันต่อไปนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจทุกขนาด
Catalog Ads: สร้างโฆษณาวิดีโอแบบไดนามิกโดยอัตโนมัติจากแคตตาล็อกสินค้าของคุณ โดยจะแสดงสินค้าที่เหมาะสมให้กลุ่มผู้ชมที่เป็นเป้าหมายได้เห็น
Shop Ads: ดันยอดขายให้พุ่งทะยานด้วยการกำหนดเป้าหมายที่จะเจาะกลุ่มนักช้อปที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าผ่าน TikTok Shop
GMV Max: เพิ่มผลลัพธ์ยอดขายให้สูงสุดใน TikTok Shop ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญให้ได้การซื้อที่มีมูลค่าสูง GMV Max จะช่วยให้คุณเน้นนำเสนอโฆษณาให้ปรากฏสู่สายตานักช้อปที่มีแนวโน้มมากที่สุดที่จะสร้างรายได้ปริมาณมาก
Creator Marketplace: ร่วมมือกับครีเอเตอร์ที่สามารถสร้างวิดีโอแบบเรียลๆ ที่เข้ากับชุมชนซึ่งนำเสนอสินค้าของคุณ
Spark Ads: โปรโมทคอนเทนต์ออร์แกนิกหรือโพสต์ของครีเอเตอร์ที่ได้ผลตอบรับดีที่สุด โดยผสานการเข้าถึงผ่านช่องทางสื่อแบบชำระเงินเข้ากับคำรับรองแบบเรียลๆ จากผู้คนในสังคม
Symphony Creative Studio: ช่วยให้การผลิตชิ้นงานโฆษณาคล่องตัวขึ้นด้วยเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาโดยที่ยังได้ชิ้นงานโฆษณาคุณภาพดีเหมือนเดิม
TikTok for Shopify: ซิงค์ร้านค้าของคุณกับ TikTok Ads ในไม่กี่คลิก ซึ่งจะทำให้คุณโปรโมทสินค้าในแคตตาล็อก ติดตามข้อมูลประสิทธิภาพ และอัปสเกลด้วยแคมเปญ Smart+ ได้ง่ายๆ
การลงโฆษณานั้นเป็นเพียงการทำงานครึ่งเดียวเท่านั้น ส่วนงานอีกครึ่งหนึ่งคือการดูว่าอะไรใช้ได้ผลและต้องปรับเปลี่ยนอะไร การวัดผลจะทำให้คุณไม่ต้องเดาผิดเดาถูก เมื่อคุณวัดผลค่าที่เหมาะสม คุณก็สามารถทุ่มงบประมาณกับสิ่งที่ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ และตัดงบประมาณสำหรับสิ่งที่ไม่ได้ผลได้
เมื่อคุณลงโฆษณา ตัวเลขจะบอกข้อมูลต่างๆ ให้คุณทราบ ตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดและความหมายของตัวชี้วัดเหล่านี้ มีดังต่อไปนี้
ตัวชี้วัดนี้แสดงจำนวนครั้งที่มีการแสดงโฆษณาของคุณ ให้คิดว่าตัวชี้วัดนี้เป็นคะแนนการมองเห็นโฆษณา หากการแสดงโฆษณาต่ำและคุณเข้าถึงผู้ชมได้แบบจำกัด คุณก็อาจจะต้องปรับการกำหนดเป้าหมายหรือเพิ่มงบประมาณเพื่อให้ผู้ชมเห็นโฆษณาของคุณ
CTR คือเปอร์เซ็นต์ของผู้ชมที่คลิกโฆษณาหลังจากเห็นโฆษณาของคุณ โดย CTR ที่สูงบ่งบอกว่าชิ้นงานโฆษณาและข้อความของคุณสื่อสารถึงกลุ่มผู้ชมที่เหมาะสม แต่หาก CTR ต่ำ คุณอาจจะต้องใช้ฮุคที่ดึงดูดความสนใจได้ดีกว่านี้หรือใช้ข้อเสนอที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจ
CVR แสดงเปอร์เซ็นต์ของผู้ชมที่ดำเนินการหลังจากคลิก เช่น ซื้อสินค้าหรือสมัครสมาชิก โดยตัวชี้วัดนี้จะเป็นตัวบ่งบอกว่าแลนดิ้งเพจหรือกระบวนการชำระเงินนั้นทำงานได้ดีเพียงใด โฆษณาที่ดีก็อาจจะไม่ทำให้เกิดคอนเวอร์ชัน หากขั้นตอนการซื้อสินค้านั้นทำให้เกิดความสับสน
CPA จะบ่งบอกว่าคุณใช้ต้นทุนโดยเฉลี่ยเท่าใดในการหาลูกค้า 1 ราย ตัวเลขนี้จะทำให้คุณยังสามารถทำกำไรได้ หาก CPA ของคุณสูงกว่าอัตรากำไร ก็แสดงว่าถึงเวลาแล้วที่คุณจะปรับกลยุทธ์เสียใหม่
ตัวชี้วัดนี้เป็นตัวเลขที่บอกผลลัพธ์ในภาพรวม ROAS แสดงให้เห็นถึงรายได้ที่คุณได้จากเงินทุกบาทที่ใช้ไป ยกตัวอย่างเช่น ได้ยอดขาย $5 โดยใช้ค่าใช้จ่ายด้านโฆษณา $1 นั่นแสดงว่าได้ ROAS 5 เท่า ซึ่งเป็นวิธีที่ชัดเจนที่สุดในการดูว่าโฆษณาของคุณสร้างผลลัพธ์หรือไม่
CLV คือรายได้โดยรวมโดยประมาณที่ได้จากลูกค้าเมื่อเวลาผ่านไป การทราบข้อมูลตัวชี้วัดนี้จะทำให้คุณทราบว่าคุณจะสามารถใช้จ่ายได้เท่าไรเพื่อหาลูกค้ารายใหม่ หากลูกค้าสร้างมูลค่า $200 ตลอดเวลาที่เป็นลูกค้า การใช้งบประมาณ $50 เพื่อให้ได้ลูกค้ารายนี้ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
ติดตามข้อมูลทั้งประสิทธิภาพและการเติบโต CPA และ ROAS แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ ส่วนการแสดงโฆษณาและ CTR แสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงและการมีส่วนร่วม คุณจะต้องใช้ตัวชี้วัดทั้ง 2 อย่างเพื่อสร้างผลลัพธ์เพิ่มอย่างยั่งยืน
เปรียบเทียบตัวชี้วัดเหล่านี้ในแคมเปญต่างๆ หากโฆษณารายการหนึ่งทำให้ได้ CTR สูงแต่ได้คอนเวอร์ชันต่ำ ปัญหาอาจอยู่ที่แลนดิ้งเพจของคุณไม่ใช่โฆษณา
ให้คุณดูแนวโน้มเมื่อเวลาผ่านไป ผลลัพธ์ที่ไม่ดีในวันหนึ่งไม่ได้แปลว่าคุณล้มเหลว ให้ดูผลลัพธ์ประจำสัปดาห์หรือประจำเดือนเพื่อหารูปแบบผลลัพธ์ที่แท้จริง
แบ่งผลลัพธ์ออกเป็นช่วงๆ แจกแจงผลลัพธ์ตามกลุ่มผู้ชม ชิ้นงานโฆษณา หรือตำแหน่งโฆษณาเพื่อว่าผลลัพธ์แตกต่างกันในจุดใด
Loop ใช้เครื่องมือการกำหนดเป้าหมายซ้ำของ TikTok และการทดสอบชิ้นงานโฆษณาเพื่อขยายธุรกิจในสหราชอาณาจักร โดยทางแบรนด์ได้อัตราคอนเวอร์ชันสูงขึ้น 49% และลดต้นทุนต่อการได้ลูกค้าได้ถึง 58%
Party World ปรับโครงสร้างแคมเปญให้เหมาะสม ซึ่งทำให้คอนเวอร์ชันเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 32% และลดต้นทุนต่อคอนเวอร์ชันได้ 26%
Mous ร่วมมือกับครีเอเตอร์ผ่าน TikTok Creator Marketplace โดยโฆษณาของทางแบรนด์ทำให้ได้ผลตอบแทนจากค่าโฆษณา 3.3 เท่า และได้อัตราการคลิกผ่านสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 2.6 เท่า
กรณีศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าธุรกิจขนาดเล็กก็สามารถเพิ่มผลลัพธ์ที่วัดผลได้ หากพวกเขาใช้เครื่องมือและชิ้นงานโฆษณาต่างๆ ควบคู่กันอย่างเหมาะสม
สินค้าที่จับต้องได้มักจะได้ผลดีเมื่อโฆษณาในช่องทางสื่อที่เป็นภาพและโต้ตอบได้ เช่น โฆษณาแบบวิดีโอ คอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ หรือแคตตาล็อกสินค้าที่นักช้อปสามารถเลือกดูคอลเล็กชันสินค้าต่างๆ ได้ สินค้าดิจิทัลมักได้รับประโยชน์จากคอนเทนต์ให้ความรู้และการโฆษณาในการค้นหา โดยเป็นพื้นที่ซึ่งผู้คนกำลังมองหาโซลูชัน